เรื่องของเรื่องมีดังนี้คะ
คอนโด ดี ( Condo d) ดีแต่ชื่อ มีเรื่องมาเล่าให้ฟังสำหรับสำหรับผู้คิดจะซื้อที่นี่เพราะเห็นว่าราคาถูก โดยไม่ได้คิดว่าข้อความที่มีคนเตือนที่
โพสเพราะเห็นว่ามีการโพสเป็นปีแล้ว และบริหารงานขายโดยบริษัท Bangkok Residence
วันศุกร์ที่ 15 พย. ดิชั้นได้เข้าไปดูคอนโดและต่อรองกับเซล ชื่อ หญิง เป็นคนพูดจาดีตามนิสัยเซล หว่านล้อมเก่ง ตกลงราคากันอยู่นาน จนได้ราคาที่
ดิชั้นพอใจ ต่อรองกันอยู่ประมาณ บ่ายโมงถึงห้าโมงเย็น และเซลบอกว่าได้เท่านี้คือ
-2.9 ล้าน แต่ได้แค่ห้องชั้น 2
-ไม่มีเฟอร์
-ค่าส่วนกลางฟรี
-ค่าธรรมเนียมการโอน
กล่าวคือ ราคา 2.9 ล้านบาท นี้ไม่เสียค่าอะไรแล้ว ตามโปรโมชั่นของโครงการ
และเซลได้หว่านล้อมแล้วบอกให้วางเงินมัดจำครึ่งนึงจาก 9900 บาท คือ 5000 บาท เพราะถ้ามาวันอื่นจะไม่ได้ราคานี้อีกแล้ว ดิชั้นก็ได้วางไป
เพราะความอยากได้ในราคาที่คิดว่าถูก นัดกันว่าเดี๋ยววันอังคารที่ 19 พย. จะเข้ามาจ่ายส่วนที่เหลือคืออีก 4900 เพราะทางบ้านดิชั้นไม่พร้อมที่จะ
วางทั้งหมด พอถึงวันนัดหมายเซลบอกเซลไม่อยู่ จึงนัดกันมาในวันถัดไป ด้วยความเชื่อใจก็เลื่อนมาเป็นวันที่ 20 พย.
ได้หลักฐานการวางมัดจำครึ่งนึงคือ
-ใบเสนอราคาที่ระบุรายละเอียดดังกล่าว
-ใบเสร็จรับเงิน
ก่อนที่เราจะตัดสินใจมาวางมัดจำส่วนที่เหลือ เราได้สอบถามลูกบ้านมาว่าอยู่แล้วเป็นไงบ้าง (เราสงสัยว่าทำไมโครงการราคาถูกถึงขายไม่หมด เหลือ
เพียบทุกชั้น ชั้นละหลายห้อง ) ซึ่งพี่เค้าก็ให้ข้อมูลเป็นอย่างดี ซื้อเท่าไหร่ ปัญหาอย่างไง ดีไม่ดีอย่างไง
เค้าก็บอกว่า
"ไม่ค่อยมีปัญหาอะไร แต่เปลี่ยนนิติมาสามชุดแล้ว แต่โครงการตอนแรกบอกว่าจะสร้างสระว่ายน้ำ แต่ตอนหลังบอกว่าสร้างไม่ได้ คือไม่มีแล้วนั่นเอง
จนถึงกระทั้งตอนนี้ บอกจะมีฟิตเน็ต ก็มีห้องกะจิ๋วเดียว อยู่ดาดฟ้า สร้างสองเดือนยังไม่เสร็๋จ แต่ออฟฟิตขาย ที่เอามาตั้งไว้ที่ลานจอดรถ สร้างสอง
อาทิตย์เสร็จ กินพื้นที่ลานจอดรถไปอีก"
แต่เราไม่ได้สนใจพวกสิ่งอำนวยความสะดวกเท่าไหร่
แต่แล้วมีข้อความทางไลน์จากเซล มาว่า
"พอดีที่ หญิงแจ้งไว้ว่าทางโครงการต้องขอโทษด้วยคะที่ราคาที่ราคาที่ได้ให้คุณโก้ไป เป็นราคาที่ทางผู้ใหญ่ทางโครงการไม่สามารถให้ได้เพราะเป็น
คาคาที่ต่ำเกินไป ทางโครงการยินดีคืนเงินจองให้หากคุณโก้ ไม่สามารถรับได้กับราคา 3,111,000 บาท ชั้นสองไม่มีเฟอร์"
กล่าวคือ ไม่ได้ราคา 2.9 ล้าน ปรับเป็น 3,111,000 บาท ทั้งที่ได้มีการวางมัดจำไว้แล้ว
ดิชั้นโมโหมากทำไมทำอย่างงี้เหมือนเป็นการฉีกสัญญา ทั้งที่ได้มีการวางมัดจำไว้ครึ่งหนึ่งแล้วแท้ๆ จากคำพูดเซลที่ว่า มาวันหลังจะไม่ได้ราคานี้แล้ว
พูดเพื่ออะไร หรืออาจเป็นเพราะมีคนเสนอราคาให้มากกว่า แต่ทำแบบนี้ถูกแล้วหรือไม่
จากข้อความที่อ่านจากไลน์ เราจึงได้ขอเบอร์หัวหน้าของเซล สักพัก เซลได้บอกว่า
"เกิดการเข้าใจผิด ทางเรา เข้าใจว่าคุณโก้ขอชั้น 3-4 เลยไม่สามารถทำราคานั้นให้ได้"
ซึ่งวันก่อนหน้าเราได้คอนเฟริมทุกอย่างแล้วว่า เราตกลงกันที่ชั้นสอง ข้อความนี้ไม่สมควรเกิดขึ้นในการซื้อขายสินทรัพย์ราคาเป็น ล้านๆ ได้
หลังจากที่เซลบอกว่าเข้าใจผิด พอเข้าไปวางมัดจำส่วนที่เหลือจิงกลับมีคำพูดว่า
"ขอโทษด้วยนะคะ คะ ถ้าราคา 2.9 ล้านนี้ จะไม่ได้โปรโมชั่นที่ตกลงกันไว้เลย คือทางลูกค้าต้องออกเอง"
คือ เราต้องเสียเงินเพิ่มอีกเป็นแสน ดังนั้นเราจึงไม่โอเคกับการซื้อคอนโดที่คิดว่าราคาถูก แต่พูดจาไม่เป็นคำพูด กินเล็กกินน้อย ต๊อดเล็กตอดน้อยไม่รู้
ว่าจะฉีกสัญญาเมื่อไหร่ ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลไหม เราเลยตัดใจทั้งๆที่ไปดูสินเชื่อ เฟอร์นิเจอร์ ทุกอย่างไว้หมดแล้ว
แลกกับค่าเสียเวลา เลยฝากกาแฟไว้ที่พื้นสักแก้วนึง คิดดีดี ไม่ใช่ก่อนเสียเงิน แต่เสียเวลาไปดู
เตือนภัยและคำถาม การวางมัดจำคอนโดในราคาครึ่งนึง สามารถเปลี่ยนราคาจะซื้อ ขาย กันได้ด้วยหราคะ
คอนโด ดี ( Condo d) ดีแต่ชื่อ มีเรื่องมาเล่าให้ฟังสำหรับสำหรับผู้คิดจะซื้อที่นี่เพราะเห็นว่าราคาถูก โดยไม่ได้คิดว่าข้อความที่มีคนเตือนที่
โพสเพราะเห็นว่ามีการโพสเป็นปีแล้ว และบริหารงานขายโดยบริษัท Bangkok Residence
วันศุกร์ที่ 15 พย. ดิชั้นได้เข้าไปดูคอนโดและต่อรองกับเซล ชื่อ หญิง เป็นคนพูดจาดีตามนิสัยเซล หว่านล้อมเก่ง ตกลงราคากันอยู่นาน จนได้ราคาที่
ดิชั้นพอใจ ต่อรองกันอยู่ประมาณ บ่ายโมงถึงห้าโมงเย็น และเซลบอกว่าได้เท่านี้คือ
-2.9 ล้าน แต่ได้แค่ห้องชั้น 2
-ไม่มีเฟอร์
-ค่าส่วนกลางฟรี
-ค่าธรรมเนียมการโอน
กล่าวคือ ราคา 2.9 ล้านบาท นี้ไม่เสียค่าอะไรแล้ว ตามโปรโมชั่นของโครงการ
และเซลได้หว่านล้อมแล้วบอกให้วางเงินมัดจำครึ่งนึงจาก 9900 บาท คือ 5000 บาท เพราะถ้ามาวันอื่นจะไม่ได้ราคานี้อีกแล้ว ดิชั้นก็ได้วางไป
เพราะความอยากได้ในราคาที่คิดว่าถูก นัดกันว่าเดี๋ยววันอังคารที่ 19 พย. จะเข้ามาจ่ายส่วนที่เหลือคืออีก 4900 เพราะทางบ้านดิชั้นไม่พร้อมที่จะ
วางทั้งหมด พอถึงวันนัดหมายเซลบอกเซลไม่อยู่ จึงนัดกันมาในวันถัดไป ด้วยความเชื่อใจก็เลื่อนมาเป็นวันที่ 20 พย.
ได้หลักฐานการวางมัดจำครึ่งนึงคือ
-ใบเสนอราคาที่ระบุรายละเอียดดังกล่าว
-ใบเสร็จรับเงิน
ก่อนที่เราจะตัดสินใจมาวางมัดจำส่วนที่เหลือ เราได้สอบถามลูกบ้านมาว่าอยู่แล้วเป็นไงบ้าง (เราสงสัยว่าทำไมโครงการราคาถูกถึงขายไม่หมด เหลือ
เพียบทุกชั้น ชั้นละหลายห้อง ) ซึ่งพี่เค้าก็ให้ข้อมูลเป็นอย่างดี ซื้อเท่าไหร่ ปัญหาอย่างไง ดีไม่ดีอย่างไง
เค้าก็บอกว่า
"ไม่ค่อยมีปัญหาอะไร แต่เปลี่ยนนิติมาสามชุดแล้ว แต่โครงการตอนแรกบอกว่าจะสร้างสระว่ายน้ำ แต่ตอนหลังบอกว่าสร้างไม่ได้ คือไม่มีแล้วนั่นเอง
จนถึงกระทั้งตอนนี้ บอกจะมีฟิตเน็ต ก็มีห้องกะจิ๋วเดียว อยู่ดาดฟ้า สร้างสองเดือนยังไม่เสร็๋จ แต่ออฟฟิตขาย ที่เอามาตั้งไว้ที่ลานจอดรถ สร้างสอง
อาทิตย์เสร็จ กินพื้นที่ลานจอดรถไปอีก"
แต่เราไม่ได้สนใจพวกสิ่งอำนวยความสะดวกเท่าไหร่
แต่แล้วมีข้อความทางไลน์จากเซล มาว่า
"พอดีที่ หญิงแจ้งไว้ว่าทางโครงการต้องขอโทษด้วยคะที่ราคาที่ราคาที่ได้ให้คุณโก้ไป เป็นราคาที่ทางผู้ใหญ่ทางโครงการไม่สามารถให้ได้เพราะเป็น
คาคาที่ต่ำเกินไป ทางโครงการยินดีคืนเงินจองให้หากคุณโก้ ไม่สามารถรับได้กับราคา 3,111,000 บาท ชั้นสองไม่มีเฟอร์"
กล่าวคือ ไม่ได้ราคา 2.9 ล้าน ปรับเป็น 3,111,000 บาท ทั้งที่ได้มีการวางมัดจำไว้แล้ว
ดิชั้นโมโหมากทำไมทำอย่างงี้เหมือนเป็นการฉีกสัญญา ทั้งที่ได้มีการวางมัดจำไว้ครึ่งหนึ่งแล้วแท้ๆ จากคำพูดเซลที่ว่า มาวันหลังจะไม่ได้ราคานี้แล้ว
พูดเพื่ออะไร หรืออาจเป็นเพราะมีคนเสนอราคาให้มากกว่า แต่ทำแบบนี้ถูกแล้วหรือไม่
จากข้อความที่อ่านจากไลน์ เราจึงได้ขอเบอร์หัวหน้าของเซล สักพัก เซลได้บอกว่า
"เกิดการเข้าใจผิด ทางเรา เข้าใจว่าคุณโก้ขอชั้น 3-4 เลยไม่สามารถทำราคานั้นให้ได้"
ซึ่งวันก่อนหน้าเราได้คอนเฟริมทุกอย่างแล้วว่า เราตกลงกันที่ชั้นสอง ข้อความนี้ไม่สมควรเกิดขึ้นในการซื้อขายสินทรัพย์ราคาเป็น ล้านๆ ได้
หลังจากที่เซลบอกว่าเข้าใจผิด พอเข้าไปวางมัดจำส่วนที่เหลือจิงกลับมีคำพูดว่า
"ขอโทษด้วยนะคะ คะ ถ้าราคา 2.9 ล้านนี้ จะไม่ได้โปรโมชั่นที่ตกลงกันไว้เลย คือทางลูกค้าต้องออกเอง"
คือ เราต้องเสียเงินเพิ่มอีกเป็นแสน ดังนั้นเราจึงไม่โอเคกับการซื้อคอนโดที่คิดว่าราคาถูก แต่พูดจาไม่เป็นคำพูด กินเล็กกินน้อย ต๊อดเล็กตอดน้อยไม่รู้
ว่าจะฉีกสัญญาเมื่อไหร่ ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลไหม เราเลยตัดใจทั้งๆที่ไปดูสินเชื่อ เฟอร์นิเจอร์ ทุกอย่างไว้หมดแล้ว
แลกกับค่าเสียเวลา เลยฝากกาแฟไว้ที่พื้นสักแก้วนึง คิดดีดี ไม่ใช่ก่อนเสียเงิน แต่เสียเวลาไปดู